หุ้นในบริษัทจำกัด

หุ้นในบริษัทจำกัด

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทั้งหลายในวันนี้ผมจะมาชวนพูดคุยกันในเรื่องหุ้นของบริษัทจำกัดนะครับ อย่างที่ทุกท่านทราบกันอย่างดีจากบทความในตอนก่อน ๆ ว่าในบริษัทจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายจะมีการแบ่งการถือครองออกเป็นหุ้น และสัดส่วนหรือจำนวนในการถือครองหุ้นก็จะมีผลต่อการควบคุมการดำเนินกิจการของบริษัทจำกัดนะครับ 

ด้วยเหตุที่กฎหมายได้กำหนดไว้ว่า การดำเนินกิจการใดๆของบริษัทจำกัด กระทำแทนโดยกรรมการผู้มีอำนาจลงนามตามหนังสือรับรองของบริษัท และกรรมการของบริษัทก็จะต้องทำตามมติที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น และการใดจะถือเป็นมติของที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นได้ก็จะต้องมีคะแนนเสียงอย่างน้อยกึ่งหนึ่งหรือร้อยละ 50 ของหุ้นที่มาเข้าประชุมในกรณีมติธรรมดาหรือร้อยละ 75 ของหุ้นที่เข้ามาประชุมในกรณีมติพิเศษ  เช่นนี้จะเห็นได้ว่าผู้ที่เป็นผู้ถือหุ้นของบริษัทก็จะเป็นผู้ที่มีอำนาจควบคุมการดำเนินกิจการต่างๆของบริษัทอย่างแท้จริงนะครับ


อย่าลืมสมัครรับจดหมายข่าวของคอร์ปจูริสท์ฟรี!!

Newsletter subscriptionTH (#13)

ข้อกำหนดหนึ่งของหุ้นในบริษัทจำกัดนั่นก็คือไม่สามารถที่จะออกเป็นหุ้นแบบมีเศษได้และในกรณีที่มีผู้ถือหุ้น 1 หุ้นหลายคนบรรดาผู้ถือหุ้นที่ร่วมกันนั้นจะต้องแต่งตั้งตัวแทนในการออกเสียงลงมติตามสิทธิหุ้นที่มีร่วมกันนั้น โดยผู้ถือหุ้นจะได้มาซึ่งหุ้นในบริษัทจำกัดสามารถทำได้โดย การซื้อหุ้นที่ออกโดยบริษัทในการเพิ่มทุนจดทะเบียน หรือซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นที่เป็นผู้ถือหุ้นเดิมอยู่แล้ว โดยราคาขั้นต่ำของหุ้นหรือมูลค่าที่ตราไว้ของหุ้นของบริษัทจำกัดตามกฎหมายแล้วไม่ให้ต่ำกว่า 5 บาทต่อหุ้น แต่จะไปซื้อขายกันที่ราคาหุ้นละเท่าไหร่อันนี้ก็สุดแล้วแต่คู่สัญญาจะตกลงกันครับ 

ตามกฎหมายแล้ว ในบริษัทจำกัดสามารถมีหุ้นได้ 2 ประเภทนั่นก็คือหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิ เป็นอย่างใดอย่างหนึ่งหรือเป็นทั้งสองอย่างก็ได้นะครับ ซึ่งสิทธิของหุ้นสามัญและหุ้นบุริมสิทธิก็จะกำหนดอยู่ในข้อบังคับของบริษัทอันเป็นเอกสารสำคัญอย่างหนึ่งของบริษัทนะครับ ในกรณที่บริษัทมีการออกหุ้นบุริมสิทธิแนะนำว่าให้กำหนดในข้อบังคับของบริษัทให้ชัดเจนไปเลยว่า หุ้นหมายเลขใด ถึงหมายเลขใด เป็นหุ้นบุริมสิทธิกลุ่มใด และหุ้นบุริมสิทธิกลุ่มใดมีสิทธิอย่างไรบ้างเพื่อง่ายต่อการใช้สิทธิและอ้างอิงในอนาคตครับ

หุ้นสามัญ

หุ้นสามัญถือได้ว่าเป็นหุ้นประเภทที่เป็นที่นิยมใช้กันมากที่สุดนะครับเพราะโดยพื้นฐานแล้วบริษัทจำกัดที่จดทะเบียนจะเริ่มต้นที่การมี หุ้นสามัญเพียงประเภทเดียวเท่านั้นโดยลักษณะของหุ้นสามัญนั้นก็คือสิทธิการออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นจะมีสิทธิ์ออกเสียง 1 เสียงต่อหุ้น 1 หุ้นเท่านั้นนะครับ และสิทธิในการได้รับเงินปันผลก็จะได้รับเงินปันผลตามจำนวนการถือครองหุ้น และที่สำคัญหุ้นสามัญจะไม่สามารถที่จะกำหนดสิทธิ์เป็นอย่างอื่นนอกจากนี้ได้เลยครับ เช่นนี้ในระหว่างผู้ถือหุ้นสามัญด้วยกันการที่มีจำนวนหุ้นมากกว่าย่อมที่จะได้เปรียบผู้ถือหุ้นสามัญที่มีจำนวนน้อยกว่าในการออกเสียงลงมติในที่ประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้นครับ โดยหากมีการถือหุ้นมากกว่าครึ่งหนึ่งหรือมากกว่าร้อยละ 75 ของจำนวนหุ้นทั้งหมดก็มีความเป็นไปได้ที่ผู้ถือหุ้นคนนั้นๆหรือกลุ่มนั้นจะมีอำนาจควบคุมบริษัทมากกว่าผู้ถือหุ้นกลุ่มอื่นครับ

หุ้นบุริมสิทธิ

หุ้นบุริมสิทธิเป็นหุ้นที่มีลักษณะของสิทธิที่พิเศษแตกต่างไปจากหุ้นสามัญ โดยรายละเอียดของหุ้นบุริมสิทธิจะถูกกำหนดอยู่ในข้อบังคับของบริษัท โดยที่หากเป็นบริษัทธรรมดาทั่วไปจะไม่ค่อยเห็นมีใครใช้โครงสร้างหุ้นบุริมสิทธิกันเท่าไหร่ครับ หรือหากใช้ก็จะไม่ได้ซับซ้อนมากเท่าไหร่นัก อย่างไรก็ดี หากท่านเป็นสตาร์ทอัพที่ได้รับการลงทุนจากนักลงทุนสถาบัน หรือ Venture Capital โครงสร้างและสิทธิของหุ้นบุริมสิทธิในบริษัทของท่านจะมีความซับซ้อนค่อนข้างมากเลยทีเดียวครับ ด้วยเหตุที่นักลงทุนสถาบัน หรือ Venture Capital เป็นกลุ่มผู้ลงทุนที่มีอาชีพในการลงทุนด้วยเงินของคนอื่น จึงทำให้จำเป็นจะต้องมีข้อกำหนดหรือมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นค่อนข้างมากครับ

ใบหุ้นเอกสารสำคัญที่ควรใส่ใจ

หากท่านได้เป็นผู้ถือหุ้นในบริษัทใดแล้วก็ตามเอกสารฉบับนึงที่ท่านจะต้องมีเอาไว้ติดตัวเสมอนั่นก็คือใบหุ้นนะครับ ใบหุ้นในบริษัทจำกัดถือเสมือนเป็นเอกสารที่ออกโดยบริษัทเพื่อเป็นหลักฐานแสดงถึงความเป็นเจ้าของของหุ้นในบริษัทนั้น ๆ โดยในใบหุ้นจะต้องมีรายละเอียดอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  1. รายละเอียดของบริษัท
  2. รายละเอียดของมูลค่าหุ้นที่ตราไว้
  3. จำนวนหุ้นที่ผู้ถือหุ้นคนนั้น ๆ ถือครอง
  4. ประเภทของหุ้น
  5. หมายเลขของหุ้น
  6. ข้อความที่ได้ระบุว่าหุ้นนั้นได้ใช้ราคาแล้วอย่างเต็มจำนวนหรือยังไม่เต็มจำนวนแล้วแต่กรณี
  7. ลายมือชื่อของกรรมการผู้มีอำนาจลงนาม
  8. ตราประทับของบริษัท 
  9. ชื่อและรายละเอียดของผู้ถือหุ้น

โดยใบหุ้นจะมี 2 แบบคือ แบบระบุชื่อ และแบบออกให้แก่ผู้ถือ (ไม่ระบุชื่อ) แต่ผมแนะนำว่า บริษัทควรออกเป็นแบบระบุชื่อไปเลยจะดีกว่าครับ

การโอนหุ้นในบริษัทจำกัด

หุ้นในบริษัทจำกัดก็ถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินที่มีมูลค่าอย่างหนึ่งนะครับ โดยผู้ถือหุ้นมีสิทธิที่จะออกเสียงให้การประชุมใหญ่ของผู้ถือหุ้น และที่สำคัญมีสิทธิได้รับเงินปันผลหากบริษัทมีกำไรอีกด้วยครับ ในการโอนหุ้นในบริษัทจำกัดจะคล้าย ๆ กับการโอนทรัพย์สินอย่างอื่นที่สามารถทำได้ 2 วิธี นั่นก็คือ การโอนให้แก่กัน หรือมีเหตุให้บุคคลอื่นมีสิทธิได้รับหุ้นนั้นครับ

โดยการโอนหุ้นชนิดระบุชื่อให้แก่กัน กฎหมายกำหนดให้ต้องทำตามแบบกล่าวคือ ต้องทำเป็นหนังสือลงลายมือชื่อของผู้โอนและผู้รับโอนพร้อมด้วยพยานอย่างน้อยหนึ่งคนรับรองลายมือชื่อนั้น ๆ ด้วย มิฉะนั้นจะถือว่า ตกเป็นโมฆะ (ไม่สามารถใช้บังคับได้) นอกจากนี้แล้ว หนังสือการโอนหุ้นหรือตราสารการโอนหุ้นจะต้องมีการติดอากรแสตมป์ให้เรียบร้อยด้วยนะครับ

เมื่อได้มีการลงลายมือชื่อในหนังสือการโอนหุ้น หรือตราสารการโอนหุ้นแล้ว จะต้องมีการนำเอาการโอนหุ้นครั้งนั้น ๆ ไปลงลายละเอียดในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทให้เรียบร้อยด้วยนะครับ