ชื่อที่คุณใช้ทำมาหากินมาตลอด — จริง ๆ แล้วมันเป็นของคุณหรือเปล่า?

คุณเป็นคนตั้งชื่อเอง จ่ายเงินทำโลโก้เอง ลูกค้าจำแบรนด์คุณได้จากชื่อนี้ แต่ในเมืองไทย “การใช้” ชื่อ กับ “การเป็นเจ้าของ” ชื่อ เป็นคนละเรื่องกัน และช่องว่างตรงนี้แหละคือจุดที่แบรนด์ดี ๆ หลายเจ้าเสียของที่ตัวเองสร้างมากับมือ

บทความนี้จะอธิบายแบบภาษาคนว่า การตรวจเครื่องหมายการค้าบอกอะไรคุณได้จริง ๆ การจดทะเบียนคุ้มครองอะไร ใช้เวลานานแค่ไหน และจะรู้ได้อย่างไรว่าชื่อของคุณยังว่างอยู่ ก่อนที่จะลงเงินกับมันไปมากกว่านี้

ไม่แน่ใจว่าชื่อเป็นของคุณจริงไหม? ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณมาพร้อมบอกว่าขายหรือให้บริการอะไร เราจะตอบกลับพร้อมขั้นตอนที่จะทำให้คุณมั่นใจได้ว่า แบรนด์หรือโลโก้ของคุณจะเป็นของคุณจริง ๆ

ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณให้เรา →

ยื่นก่อนได้สิทธิก่อน — กติกาที่เจ้าของธุรกิจไทยส่วนใหญ่รู้ตอนสายไปแล้ว

นี่คือจุดที่คนพลาดกันบ่อยที่สุด ประเทศไทยใช้หลัก “ผู้ยื่นคำขอก่อนมีสิทธิดีกว่า” (first-to-file) ตาม พระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ. 2534 (ค.ศ. 1991) โดยหลักแล้วสิทธิจะตกกับคนที่ ยื่นจด ก่อน ไม่ใช่คนที่ ใช้ ก่อน คุณอาจค้าขายภายใต้ชื่อหนึ่งมาสามปี สร้างฐานลูกค้าไว้แน่น แล้ววันหนึ่งกลับต้องมานั่งดูคนอื่นเอาชื่อของคุณไปจด แล้วส่งหนังสือมาบอกให้คุณเลิกใช้

เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นเงียบ ๆ ซัพพลายเออร์รายหนึ่ง หุ้นส่วนเก่าคนหนึ่ง หรือคู่แข่งที่เห็นว่าคุณกำลังไปได้สวย ชิงเอาชื่อคุณไปจดตอนที่คุณกำลังยุ่งกับการทำธุรกิจอยู่ ทีนี้ทางเลือกที่เหลือก็ล้วนแย่ทั้งนั้น จะรีแบรนด์ของทุกอย่างที่พิมพ์ไปแล้ว จะไปเจรจาขอซื้อชื่อของตัวเองคืน หรือจะสู้คดี ทุกทางแพงกว่าการยื่นจดให้ทันตั้งแต่แรกหลายเท่า

ข่าวดีคือ วิธีแก้มันทั้งถูกและน่าเบื่อ — ตรวจให้แน่ว่าชื่อยังว่าง แล้วยื่นจดซะ ทำแต่เนิ่น ๆ มันคือประกัน ทำช้าไปมันคือคดีความ

ข้อควรรู้ข้อหนึ่ง: หลักยื่นก่อนได้สิทธิก่อน ไม่ใช่เกราะกำบังการกระทำโดยไม่สุจริต ประเทศไทยเป็นภาคี อนุสัญญากรุงปารีสว่าด้วยการคุ้มครองทรัพย์สินทางอุตสาหกรรม (Paris Convention) ตั้งแต่ปี 2551 (ค.ศ. 2008) (มอบสัตยาบันเข้าเป็นภาคี 2 พฤษภาคม 2551 มีผลใช้บังคับ 2 สิงหาคม 2551) ซึ่งผูกพันให้ไทยคุ้มครองเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลายและจัดการกับการลอกเลียนโดยไม่สุจริต หนุนด้วยกฎหมายไทยทั้งเรื่องเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย (มาตรา 8(10)) และอำนาจศาลในการเพิกถอนทะเบียนให้ผู้มีสิทธิดีกว่า (มาตรา 67) และศาลก็ใช้จริง: ในคำพิพากษาปี 2569 (ค.ศ. 2026) ที่สื่อไทยรายงาน เชนกาแฟ Luckin Coffee เอาชนะบริษัทท้องถิ่นที่นำชื่อและโลโก้ไปจด โดยศาลสั่งเพิกถอนทะเบียนดังกล่าว ห้ามใช้เครื่องหมาย และให้ชดใช้ค่าเสียหาย (มีรายงานว่ากว่า 95 ล้านบาท) พร้อมวางบรรทัดฐานว่าการจดโดยไม่สุจริตเป็นเหตุได้ แต่จุดสำคัญอยู่ที่ตัวเล็ก: นั่นคือคดีที่สู้กันหลายปีโดยแบรนด์ระดับโลก การพิสูจน์ความไม่สุจริตหรือความมีชื่อเสียงเป็นเรื่องช้า แพง และไม่แน่นอนสำหรับคนอื่น ๆ ซึ่งเป็นเหตุผลว่าทำไมการยื่นจดก่อน เพื่อจะได้ไม่ต้องไปถึงจุดนั้น ยังเป็นทางที่ถูกที่สุด และนี่คือเหตุผลที่แบรนด์ระดับโลกยื่นจดกันล่วงหน้ามาก HYROX ยื่นจดก่อนจัดงานแข่งครั้งแรกราวหนึ่งเดือน

ส่งชื่อของคุณมา แล้วเราจะบอกว่าคุณจะเป็นเจ้าของได้หรือไม่

ก่อนจะลงเงินกับแพ็กเกจจิ้ง ป้ายร้าน หรือการรีแบรนด์ ควรรู้ก่อนว่าชื่อนั้นเป็นของที่คุณเป็นเจ้าของได้จริงไหมโดยไม่ต้องเดา เพียงแค่ส่งชื่อหรือโลโก้มาพร้อมบอกว่าขายหรือให้บริการอะไร แล้วเราจะติดต่อกลับ บอกว่าการตรวจค้นที่ถูกต้องสำหรับคุณจะต้องดูอะไรบ้าง น่าจะยื่นในจำพวก/รายการ สินค้าหรือบริการไหน และการยื่นให้ได้สิทธิก่อนจริง ๆ ต้องทำอะไรบ้าง

ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณมาให้เรา พร้อมกับสิ่งที่คุณขายหรือให้บริการ แล้วเราจะบอกคุณเองว่า จะต้องปกป้องชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณอย่างไรให้เหมาะสม

ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณให้เรา →

ตรวจก่อนยื่น กับยื่นก่อนตรวจ ? และราคาที่ต้องจ่ายหากยื่นโดยไม่ตรวจ

สองงานคนละอย่าง และคนมักข้ามงานแรกเพื่อประหยัดเล็ก ๆ น้อย ๆ ตอนนี้

  • การตรวจค้น (clearance) คือดู ก่อน ตัดสินใจ เพื่อตอบว่า “ชื่อนี้ว่างและจดคุ้มครองได้จริงไหม”
  • การยื่นจดทะเบียน (filing) คือตัวคำขอที่ยื่นต่อ กรมทรัพย์สินทางปัญญา (DIP)

การยื่นจดทั้งที่ยังไม่ตรวจ ในประเทศที่ใช้หลักยื่นก่อนได้สิทธิก่อน คือวิธีที่ทำให้ธุรกิจเสียเงินค่าคำขอที่สุดท้ายถูกปฏิเสธ หรือผ่านฉลุยแล้วค่อยมาชนกับเจ้าของสิทธิที่มีอยู่ก่อน การตรวจคือรายจ่ายก้อนเล็กที่กันรายจ่ายก้อนใหญ่

สองรายงาน กับการตรวจเบื้องต้นแบบเร็ว ๆ

ไม่ใช่ทุกธุรกิจต้องการความลึกเท่ากัน มันขึ้นอยู่กับว่าจริง ๆ แล้วคุณกำลังถามคำถามไหน

Availability vs Registrability — two reports and a quick screen

  • “มีใครจดไปก่อนแล้วยัง?”รายงานตรวจความพร้อมใช้ (Availability Report) นี่คือการตรวจค้นความขัดแย้ง ว่าเครื่องหมายของคุณเหมือนหรือคล้ายจนสับสนกับเครื่องหมายที่จดไว้แล้ว ที่ยื่นค้างอยู่ หรือที่เป็นเครื่องหมายที่มีชื่อเสียงแพร่หลาย หรือไม่ (มาตรา 13) เป็นตัวเบา เน้นตรวจค้นอย่างเดียว และสำหรับ SME ส่วนใหญ่ที่กำลังเลือกชื่อ นี่คือสิ่งแรกที่ควรทำ
  • “จดทะเบียนได้จริงหรือเปล่า?”รายงานความเห็นเรื่องการรับจดทะเบียน (Registrability Report) คือความเห็นเต็มรูปแบบตาม มาตรา 6 ว่าเครื่องหมาย มีลักษณะบ่งเฉพาะ (มาตรา 7) ไม่มีลักษณะต้องห้าม (มาตรา 8) และ ไม่ชนกับของใคร (มาตรา 13) ครบทั้งสามข้อ เพราะบางชื่อดูว่างแต่ก็ยังถูกปฏิเสธได้เพราะมันบรรยายสินค้าตรง ๆ เกินไป นี่คือรายงานที่ตอบคำถามทั้งหมด
  • แค่อยากรู้คร่าว ๆ ว่า ชื่อนี้กฎหมายห้ามหรือเปล่า? นั่นคือ การตรวจเบื้องต้นด้านลักษณะบ่งเฉพาะและข้อห้าม (Absolute-Grounds Screen) (ดูแค่ลักษณะบ่งเฉพาะกับข้อห้าม) มีประโยชน์ตอนต้น ๆ แต่ลำพังมันเอง ไม่ใช่ การเคลียร์ว่ายื่นจดได้ เพราะยังไม่ได้ตรวจว่าชนกับใครหรือไม่

ผลตรวจว่า “ยังไม่มีใครจด” ไม่เท่ากับ “จดได้” และชื่อที่ “ไม่ต้องห้าม” ก็ยังไม่ถือว่าเคลียร์จนกว่าจะตรวจค้นว่ายังไม่มีคนจด เราจะนำเสนอการตรวจค้นที่เหมาะกับคุณ

จดเครื่องหมายการค้าในไทย ใช้เวลานานแค่ไหน

How a Thai trademark registers, step by step

คร่าว ๆ เส้นทางเป็นแบบนี้: ตรวจค้น → ยื่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา → ตรวจสอบรูปแบบและเนื้อหา → ประกาศโฆษณาเพื่อเปิดให้คัดค้าน (ช่วง 60 วัน) → รับจดทะเบียน กรณีทั่วไปที่ไม่ซับซ้อนมักใช้เวลาราว 12 ถึง 18 เดือน สองเรื่องที่ควรรู้ไว้

  1. สิทธิของคุณเริ่มนับจากวันยื่นคำขอ ไม่ใช่วันที่ได้รับจดทะเบียน นี่แหละคือเหตุผลทั้งหมดที่ควรยื่นให้เร็ว แทนที่จะรอจนกว่าจะ “ว่าง”
  2. ค่าธรรมเนียมของกรมทรัพย์สินทางปัญญา ชำระแยกต่างหากจากการยื่นคำขอ ถ้าพลาดกำหนดชำระ คำขออาจถูกถือว่าละทิ้งได้ เราติดตามให้ เพื่อไม่ให้หลุดมือเพราะเรื่องเทคนิคเล็ก ๆ

โตออกนอกไทยในอนาคต? รู้จัก “ระบบมาดริด” ไว้

The Madrid System — one application, many countries

ถ้าวันหนึ่งคุณคิดจะขายออกต่างประเทศ คุณไม่จำเป็นต้องไปยื่นจดแยกทีละประเทศ ประเทศไทยเป็นสมาชิก พิธีสารมาดริด (Madrid Protocol) (มีผลกับไทยตั้งแต่ 7 พฤศจิกายน 2560 (ค.ศ. 2017)) นั่นหมายความว่าคำขอระหว่างประเทศฉบับเดียว ยื่นผ่าน WIPO (องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก) โดยอิงกับคำขอหรือทะเบียนในไทยของคุณ สามารถระบุไปยังประเทศสมาชิกอื่น ๆ ที่คุณสนใจได้ และภายใต้ สิทธิย้อนหลัง 6 เดือนตามอนุสัญญากรุงปารีส การยื่นในต่างประเทศภายในหกเดือนนับจากวันยื่นในไทย ยังขอถือวันยื่นเดิมของไทยได้ด้วย คุณไม่จำเป็นต้องใช้มันตั้งแต่วันแรก แต่นี่คือเหตุผลว่าทำไมการวางฐานที่ไทยให้ดีก่อน ถึงคุ้มในระยะยาว (อ่านเจาะลึกว่าระบบมาดริดทำงานอย่างไร)

เราส่งมอบอะไรให้คุณ

ไม่ใช่รายการชิ้นส่วน แต่เป็นปลายทาง

  • รู้ว่าชื่อเป็นของคุณจริง ก่อนต่อยอด — การตรวจค้นที่ทำอย่างถูกวิธี โดยทนาย ไม่ใช่แค่เสิร์ชดูเอง
  • ยื่นและจดจนได้ทะเบียน ที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา จัดการรายการสินค้าและจำพวกให้ ติดตามกำหนดชำระค่าธรรมเนียมไม่ให้หลุด

ไม่แน่ใจว่าต้องใช้แค่ตรวจค้นธรรมดา หรือต้องใช้การวิเคราะห์เต็มรูปแบบ? ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณมาให้เรา พร้อมตอบกลับเพื่อผ่าทางตันของคุณ

ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณให้เรา →

ใครอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้

คอร์ปจูริสท์ เป็นสำนักงานกฎหมายไทยที่มีใบอนุญาต งานเครื่องหมายการค้าของคุณ ทั้งการตรวจค้น ความเห็น และการยื่นจด ดำเนินการและลงชื่อกำกับโดยทนายความไทยที่มีประสบการณ์ 14 ปี และคุณติดต่อกับทนายคนนั้นได้โดยตรง ทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ทุกขั้นตอน ตั้งแต่การตรวจค้นจนถึงการยื่นจด คืองานกฎหมายที่ทนายเป็นผู้รับผิดชอบ

แพ็กเกจ

แพ็กเกจตรงไปตรงมา วางสโคปตามที่คุณต้องใช้จริง

  • ตรวจความพร้อมใช้ — มีใครจดไปก่อนหรือยัง ก่อนคุณจะลงมือ
  • ความเห็นเรื่องการรับจดทะเบียน — คำตอบเต็มตามมาตรา 6: บ่งเฉพาะ ไม่ต้องห้าม ไม่ชนกับใคร
  • ยื่นและจดทะเบียน — ยื่นที่กรมทรัพย์สินทางปัญญา แบบครบวงจร พร้อมติดตามกำหนดชำระค่าธรรมเนียม

ทุกแพ็กเกจกำหนดสโคปชัดเจน แจกแจงสิ่งที่รวมอยู่อย่างโปร่งใส และไม่มีการผูกมัด ขอใบเสนอราคา แล้วเราจะวางขนาดงานให้พอดีกับเครื่องหมายและจำพวกสินค้าของคุณ

คำถามที่เจ้าของธุรกิจถามกันจริง ๆ

“ผมใช้ชื่อนี้มาหลายปีแล้ว ไม่คุ้มครองผมเหรอ?” ไม่เท่าที่คุณหวังไว้ เมืองไทยให้สิทธิกับคนที่ ยื่นจด ก่อน การใช้มานานอาจช่วยได้ในบางข้อพิพาท แต่มันเป็นจุดยืนที่อ่อนกว่าและแพงกว่าการเป็นเจ้าของทะเบียนตรง ๆ

“เสิร์ชเองทางเน็ตไม่ได้เหรอ?” เปิดดูทะเบียนเองได้ และเป็นด่านแรกที่ดี แต่การเสิร์ชเองเจอแค่ที่ชนกันตรง ๆ ไม่เจอที่คล้ายกันจนสับสน ไม่เจอปัญหาเรื่องบรรยายสินค้าเกินไป และไม่เจอคำขอที่ยังไม่ประกาศโฆษณา ช่องว่างพวกนี้แหละคือที่มาของการถูกปฏิเสธ การอ่านจุดพวกนี้ให้ขาดคือดุลพินิจที่คุณจ่ายให้ทนาย — ส่งชื่อมา แล้วเราจะบอกว่ามันต้องใช้อะไรบ้าง

“โลโก้กับชื่อ ต่างกันไหม?” ยื่นเป็นคนละเครื่องหมายได้ และหลายครั้งก็สำคัญทั้งคู่ เราจะบอกว่าควรปกป้องอะไรก่อน โดยดูจากสิ่งที่แบกแบรนด์คุณไว้จริง ๆ

“ถ้าชื่อไม่ว่างล่ะ?” รู้ตอนนี้ในราคาค่าตรวจ ดีกว่ารู้ตอนที่พิมพ์กล่องไป 5,000 ใบแล้ว ถ้ามันติด เราจะบอกว่าติดแค่ไหน และปรับนิดหน่อยแล้วผ่านได้ไหม

เป็นเจ้าของชื่อของคุณเสียที

วันที่ถูกที่สุดในการปกป้องแบรนด์คือวันที่คุณเปิดตัวมัน วันที่ถูกรองลงมาคือวันนี้

ส่งชื่อของคุณมา พร้อมบอกว่าขายอะไร แล้วถ้าชื่อผ่านฉลุย มายื่นจดกับผมก่อนที่คนอื่นจะชิงตัดหน้า

ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณให้เรา →

เราจะใช้ข้อมูลที่คุณส่งมาเพื่อติดต่อกลับเรื่องคำถามของคุณเท่านั้น (พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 (ค.ศ. 2019): แจ้งเตือน ขอความยินยอม และมีฐานทางกฎหมาย) หน้านี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่ความเห็นทางกฎหมาย

ส่งชื่อแบรนด์หรือโลโก้ของคุณให้เรา

บอกชื่อแบรนด์หรือโลโก้และสิ่งที่คุณขาย แล้วเราจะติดต่อกลับว่าการปกป้องมันต้องทำอะไรบ้าง

อ่านต่อ

← Knowledge Center