สัญญาสำหรับธุรกิจ ตอนที่ 1

ความสำคัญของสัญญาต่อธุรกิจ

ในการทำธุรกิจ จะเลี่ยงไม่ได้เลยนะครับที่ต้องมีการเข้าไปมีปฎิสัมพันธ์กับผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ลูกจ้าง คู่ค้า หรือลูกค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปฎิสัมพันธ์ที่ก่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนมูลค่าซึ่งกันและกัน ไม่ว่าจะเป็นความร่วมมือในทางธุรกิจ การซื้อขายสินค้าหรือบริการ การจ้างเพื่อให้บริการหรือทำของ หรือการจ้างงาน เกิดขึ้น สิ่งเหล่านี้ในทางกฎหมายเราเรียกว่า “นิติกรรม” ครับ

นิติกรรม หมายถึง การกระทำของบุคคลโดยชอบด้วยกฎหมายและมุ่งต่อผลในกฎหมาย ที่จะเกิดขึ้นเพื่อการก่อสิทธิ เปลี่ยนแปลงสิทธิ โอนสิทธิ สงวนสิทธิ สงวนสิทธิ และระงับซึ่งสิทธิ ยกตัวอย่างของนิติกรรม เช่น การซื้อขายสินค้าหรือบริการ ที่จะก่อให้เกิดสิทธิของผู้ขายในการเรียกให้ชำระค่าสินค้าหรือบริการ และก่อให้เกิดสิทธิของผู้ซื้อในการเรียกให้ผู้ขายส่งมอบสินค้าหรือบริการ หรือในตัวอย่างของความร่วมมือระหว่างคู่สัญญาในการพัฒนาเทคโนโลยีหรือร่วมกันให้บริการ เป็นต้น

นิติกรรมไม่จำเป็นต้องมีอีกฝ่าย หรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายเสมอไปนะครับ เป็นเรื่องที่ทำฝ่ายเดียวก็ได้ เช่น การปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือการยกให้ ประเภทนี้ในทางกฎหมายเราเรียกว่า “นิติกรรมฝ่ายเดียว” ครับ เป็นเรื่องที่คน ๆ นึงจะทำได้ แต่อาจมีข้อแม้นิดหน่อยว่า จะต้องมีความสามารถในการทำนิติกรรมที่สมบูรณ์ด้วยนะครับ


สมัครรับจดหมายข่าวฟรี!

Newsletter subscriptionTH (#13)

นิติกรรมจำเป็นต้องมี 2 ฝ่ายหรือไม่

นิติกรรมไม่จำเป็นต้องมีอีกฝ่าย หรือได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายเสมอไปนะครับ เป็นเรื่องที่ทำฝ่ายเดียวก็ได้ เช่น การปลดหนี้ให้แก่ลูกหนี้ หรือการยกให้ ประเภทนี้ในทางกฎหมายเราเรียกว่า “นิติกรรมฝ่ายเดียว” ครับ เป็นเรื่องที่คน ๆ นึงจะทำได้ แต่อาจมีข้อแม้นิดหน่อยว่า จะต้องมีความสามารถในการทำนิติกรรมที่สมบูรณ์ด้วยนะครับ

นิติกรรมอีกแบบนึงก็คือ “นิติกรรมสองฝ่าย” โดยเป็นการแสดงเจตนาเข้าผูกพันตนเองของบุคคลตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป เพื่อการก่อสิทธิ เปลี่ยนแปลงสิทธิ โอนสิทธิ สงวนสิทธิ สงวนสิทธิ และระงับซึ่งสิทธิครับ และหากใครมีนิติกรรมต่อกันแล้วแต่ไม่ปฎิบัติตามหรือไม่เคารพสิทธิของอีกฝั่งหนึ่ง ฝ่ายที่ได้รับความเสียหายก็สามารถฟ้องร้องดำเนินคดีเพื่อเรียกค่าเสียหาย หรือบังคับให้อีกฝ่ายปฎิบัติตามเงื่อนไขที่ได้ตกลงกันเอาไว้ 

สัญญา คือ นิติกรรมสองฝ่ายที่ได้กระทำขึ้นระหว่างบุคคลตั้งแต่สองคนขึ้นไปมีวัตถุประสงค์เพื่อการก่อสิทธิ เปลี่ยนแปลงสิทธิ โอนสิทธิ สงวนสิทธิ สงวนสิทธิ และระงับซึ่งสิทธิ ระหว่างคู่สัญญา โดยการจะเกิดเป็นสัญญาขึ้นมาได้จะมีส่วนประกอบสำคัญอยู่ 2 ประการนั่นคือ คำเสนอและคำสนอง นะครับ โดยทั้งคำเสนอและคำสนองจะต้องตรงกันถึงจะเกิดเป็นสัญญาที่บังคับใช้ตามกฎหมายได้ขึ้นมาครับ

อย่างไรก็ดี กฎหมายไม่ได้กำหนดให้ทุก ๆ สัญญาจะต้องมีการทำเป็นหนังสือเสมอไป สัญญาบางอย่าง เช่น การซื้อขาย หรือการจ้างงาน แม้จะไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือ ก็เป็นสัญญาที่มีผลบังคับใช้ได้ตามกฎหมายและสามารถที่จะฟ้องร้องดำเนินคดีได้เช่นกันนะครับ

ทำไมเราจึงควรทำสัญญาเป็นหนังสือ

ในการเข้าทำนิติกรรมหลายครั้งในโลกแห่งความเป็นจริง นอกจากการซื้อสินค้าหรือบริการง่าย ๆ เช่น ตู้เย็น หม้อหุงข้าว หรือนวดแผนไทย จะมีการซื้อขายสินค้าหรือบริการที่มีความซับซ้อนมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น การจ้างแรงงานในตำแหน่งสูง ๆ การจ้างผู้รับเหมาสร้างบ้าน การเช่าใช้ซอฟต์แวร์แบบรายเดือนพร้อมบริการ ซึ่งนิติกรรมเหล่านี้ มีรายละเอียดต่าง ๆ มากกว่าเพียงแค่การเดินเข้าไปเลือกสินค้าหรือบริการและชำระราคาเท่านั้นนะครับ

เนื้อหาโดยมากของนิติกรรมเหล่านี้ที่นอกเหนือไปจากนิติกรรมปกติก็ได้แก่ การรับประกันสินค้า หรือบริการ รายละเอียดของบริการหลังการขาย งวดการส่งมอบงานและรายละเอียดการส่งมอบแต่ละครั้ง เป็นต้น รายละเอียดเหล่านี้ เป็นรายละเอียดประเภทที่กฎหมายไม่ได้กำหนดเอาไว้ หรือกำหนดเอาไว้เพียงแต่คร่าว ๆ เท่านั้น จึงทำให้คู่สัญญาจะต้องมีการตกลงกันเพิ่มเติมครับ 

และด้วยรายละเอียดที่มีมากขึ้นในบางครั้งทำให้การจำด้วยตนเอง หรือการพูดตกลงกันด้วยปากเปล่า อาจจะไม่ครบถ้วนหรือมีการหลงลืมกันได้ การเขียนบรรดาข้อตกลงเหล่านั้นเป็นหนังสือขึ้นมา ก็จะเป็นสิ่งที่ทำให้คู่สัญญาทุกฝ่ายสามารถที่จะอ้างอิงได้ในอนาคตโดยไม่ต้องมานั่งเสียเวลาโต้เถียงกันอีกต่อไปนะครับ

นอกจากจะป้องกันการลืมแล้ว สัญญาแบบเป็นหนังสือยังมีความสำคัญอีกหลายประการดังต่อไปนี้ครับ

    1. ป้องกันการฉ้อโกง หรือการทุจริตภายในองค์กร
    2. ลดความเสี่ยงในการเกิดข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญา
    3. ทำให้สามารถแก้ไข หรือระงับข้อพิพาทระหว่างคู่สัญญาได้ง่าย รวดเร็ว และประหยัดค่าใช้จ่าย
    4. ทำให้การดำเนินการทางธุรกิจเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่เสียเวลา

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ สำหรับเนื้อหาในวันนี้ ในตอนหน้าผมจะพาทุกท่านไปรู้จักกับลักษณะของสัญญาที่ดีกันนะครับ และเพื่อให้ท่านไม่พลาดทุกเนื้อหาเกี่ยวกับกฎหมายที่มีประโยชน์ต่อการประกอบธุรกิจของท่าน สามารถสมัครรับข่าวสารได้ด้านล่างนี้ครับ


สมัครรับจดหมายข่าวฟรี!

Newsletter subscriptionTH (#13)