ลงทุนอย่างไรไม่ให้ถูกโกง

ลงทุนอย่างไรไม่ให้ถูกโกง

สวัสดีครับท่านผู้อ่านทุกท่าน 

ผมเชื่อว่าใครหลาย ๆ คนเมื่อทำงานมาและเริ่มที่จะมีเงินมีทองมีเงินเก็บมาพอสมควรแล้ว ก็มองลู่ทางที่จะขยับขยายหรือทำให้ทรัพย์สินที่ตัวเองหามาได้ด้วยความเหนื่อยยากลำบากงอกเงยงอกงามมากยิ่งขึ้นนะครับ หลาย ๆ คนก็ใช้วิธีการซื้อกองทุนหรือซื้อหุ้นซึ่งก็จะมีวิธีการและขั้นตอนในการพิจารณากองทุนหรือหุ้นต่าง ๆ ที่สามารถจะให้ผลตอบแทนตามที่ท่านต้องการได้นะครับ ในส่วนนี้ผมขออนุญาตไม่ไปแตะต้องดีกว่าเพราะผมเองก็ยังหาไม่เจอ ฮ่าๆๆ 

สำหรับท่านใดที่ชื่นชอบการลงทุน ในวันนี้ผมจะมาแชร์ลักษณะของการลงทุนที่มีความเสี่ยง รและข้อควรปฏิบัติ เพื่อให้ท่านระวังและนำไปปรับใช้ก่อนที่จะเข้าลงทุนในกิจการใด ๆ นะครับ ซึ่งหากได้นำไปพิจารณาใช้แล้ว จะช่วยลดความเสี่ยงของการลงทุนของท่านลงได้มากทีเดียวครับ อย่างไรก็ดี การลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยงก่อนที่จะมีการลงทุนท่านควรที่จะพิจารณาทุกๆมิติอย่างรอบคอบก่อนที่จะมีการลงทุนนะครับ ^^

การลงทุนที่มีข้อเสนอให้ผลตอบแทนสูง

เป็นสิ่งที่แน่นอนว่า ในการลงทุนทุกครั้งนักลงทุนก็มีความประสงค์ที่จะได้รับผลตอบแทนสูงที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และในแต่ละกิจการก็มีความสามารถในการให้ผลตอบแทนหรือทำกำไรไม่เท่ากัน ซึ่งการที่จะพิจารณาว่าผลตอบแทนที่เสนอให้โดยเจ้าของกิจการหรือผู้รับการลงทุนเหมาะสมหรือมีความน่าเชื่อถือเพียงใด สามารถทำได้โดยง่ายโดยการพิจารณาผลประกอบการจากอดีต รวมถึงการพิจารณาจากความสามารถในการประกอบธุรกิจของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการนะครับ

อย่างไรก็ดี ในโลกของการลงทุนแบบมืออาชีพ เรื่องของผลตอบแทนสูงจะไม่มีใครกล้าที่จะการันตีนะครับ ด้วยเหตุผลที่ว่า การดำเนินธุรกิจทุกอย่างมีความเสี่ยงตามมาเสมอ และหากมีการการันตีผลตอบแทนสูง ๆ แล้วก็มีความเสี่ยงที่จะไม่สามารถปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ให้เอาไว้กับนักลงทุน และมีความเสี่ยงที่จะถูกฟ้องร้องดำเนินคดีได้ ดำเนินคดีได้ซึ่งโดยมากแล้วการลงทุนใดๆที่มีการเสนอให้ผลตอบแทนสูง ๆ มักจะเป็นมิจฉาชีพที่มีการดำเนินการในลักษณะที่เป็นการเอาเงินของนักลงทุนรายใหม่มาจ่ายให้กับนักลงทุนรายเก่า ซึ่งการกระทำเช่นนี้ เป็นการกระทำความผิดในลักษณะของการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนอันมีโทษจำคุกนะครับ

แล้วเราจะลดความเสี่ยงได้อย่างไร ทุกครั้งที่ท่านเห็นการลงทุนที่มีข้อเสนอให้ผลตอบแทนสูงๆควรจะมีการตั้งคำถามเสมอว่า แหล่งที่มาของรายได้ของกิจการนั้นๆมาจากอะไรต้นทุนหรือกำไรของสินค้าหรือบริการนั้นเป็นอย่างไร ตลอดจนการดำเนินการในส่วนของการประกอบธุรกิจมีขั้นตอนอย่างไร ทั้งนี้เพื่อเป็นข้อมูลที่ใช้ประกอบการพิจารณาความเป็นไปได้และความสามารถในการจ่ายผลตอบแทนตามที่มีการเสนอเอาไว้ ถ้ายังไงก็ดีผู้ลงทุนก็ควรพึงระลึกเอาไว้เสมอว่าบรรดาเอกสารหรือข้อมูลต่างๆก็สามารถที่จะมีการปลอมแปลงได้เช่นกันนะครับ

การลงทุนที่ไม่ระบุเงื่อนไขในการเข้าลงทุนอย่างชัดเจน

โดยปกติแล้วในการลงทุนในแบบมืออาชีพ จะต้องมีเงื่อนไขและข้อตกลงในการเข้าลงทุนอย่างละเอียด ยกตัวอย่างเช่น ในการเข้าลงทุนในครั้งนี้ผู้ลงทุนจะได้รับอะไรบ้าง สิทธิและหน้าที่ของผู้ลงทุนหรือผู้รับการลงทุนมีอะไรบ้าง ความรับผิดของผู้ลงทุนมีอะไรบ้าง หรือข้อตกลงที่กำหนดให้มีการเปิดเผยข้อมูลของกิจการต่อผู้ลงทุนเป็นระยะ ๆ ซึ่งข้อตกลงเหล่านี้เป็นข้อตกลงที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องสิทธิของผู้ลงทุน และทำให้ลดความเสี่ยงของการลงทุนลงได้บ้างนะครับ แต่ก็คงไม่ได้ลดความเสี่ยงลงไปทั้งหมด เพราะอย่างไรก็ดีการลงทุนก็คือการลงทุนและทุกการลงทุนมีความเสี่ยงทั้งสิ้นครับ

แต่ในปัจจุบัน ผมได้พบเห็นการลงทุนประเภทที่ไม่ระบุอะไรเลยหรือระบุน้อยมากยกตัวอย่างเช่น ระบุแค่ว่าหากจ่ายเงินมาจำนวนเท่านี้บาทจะได้รับผลตอบแทนเป็นจำนวนเท่านี้ แต่ไม่ได้ระบุเลยว่า ในการที่ผู้ลงทุนเอาเงินให้ไปจะเอาไปทำอะไรใช้จ่ายอะไร สิทธิและหน้าที่ของผู้ลงทุนและผู้รับการลงทุนมีอะไรบ้าง หรือในกรณีที่ผู้ลงทุนประสงค์จะขอถอนการลงทุนมีเงื่อนไขหรือขั้นตอนอะไรบ้าง โดยการลงทุนประเภทนี้ มักจะเน้นให้ผู้ลงทุนเชื่อถือในตัวผู้รับการลงทุน หรือที่เห็นใช้เป็นประจำก็คือคำว่าการลงทุนแบบง่ายๆ อยู่กันอย่างพี่น้อง อยู่กันด้วยความไว้วางใจ เป็นต้น 

ทุกท่านต้องอย่าลืมนะครับว่า ในการประกอบธุรกิจทุกอย่างมันจะไม่มีวันที่จะสวยหรูได้อยู่ตลอดเวลานะครับ มันจะต้องมีวันที่มีปัญหา มีความไม่เข้าใจตามมาเป็นอย่างแน่นอนและจากประสบการณ์การทำงานในฐานะทนายความและที่ปรึกษากฎหมายมามากกว่า 10 ปีทุกครั้งที่มีการเข้ามีนิติสัมพันธ์กันโดยคำว่า “พี่น้อง” หรือ “ความไว้วางใจ” เพียงอย่างเดียว ความสัมพันธ์หรือนิติสัมพันธ์นั้น ๆ มักจะจบไม่สวยนะครับ ในท้ายที่สุดก็ไปจบลงที่การขึ้นศาล การทะเลาะเบาะแว้ง หรือในบางกรณีถึงขั้นทำร้ายร่างกายกันจนถึงชีวิตก็มีนะครับ

แล้วเราจะลดความเสี่ยงได้อย่างไร ก่อนเข้าลงทุนทุกครั้งควรที่จะมีการพูดคุยและตกลงกันในเรื่องของรายละเอียดของการลงทุน เช่น จำนวนเงินที่จะใช้ในการลงทุน สิ่งที่จะได้มาจากการลงทุนไม่ว่าจะเป็นหุ้นหรืออื่นๆ รายละเอียดของการนำเงินไปใช้ สิทธิและหน้าที่ของคู่สัญญาแต่ละฝ่าย การถอนการลงทุน เป็นต้น ซึ่งสิ่งเหล่านี้ผู้ลงทุนทั้งหลายที่มีความประสงค์จะลงทุนอย่างจริงจังควรที่จะมีทนายความที่ปรึกษาเอาไว้เสมอนะครับ

การลงทุนในกิจการที่ไม่มีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับกิจการที่จะให้ลงทุน

จากประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมาในบางครั้งผมก็ได้พบเห็นคนที่เสนอการลงทุนให้กับนักลงทุน โดยระบุเพียงแค่รายละเอียดของผลตอบแทนหรือรายละเอียดอื่น ๆ แต่ไม่ยอมเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกิจการเลยแม้แต่อย่างเดียว โดยอ้างว่าเป็นข้อมูลที่เป็นความลับ และไม่ต้องการให้ใครรู้เห็น ยิ่งไปกว่านั้นอาจจะมองว่า ผู้ลงทุนไม่ไว้ใจตนเองจึงขอดูเอกสารมากมายอย่างนี้ (เป็นงั้นไป)

ในโลกของการลงทุนแบบมืออาชีพ ก่อนที่นักลงทุนจะเข้าทำการลงทุนในกิจการใด ๆ ไม่ว่า กิจการนั้น ๆ จะมีขนาดใดก็ตาม จะต้องมีขั้นตอนหนึ่งที่สำคัญมากและจะต้องทำให้เสร็จเรียบร้อยเสมอนั่นก็คือ ขั้นตอนของการ “สอบทานธุรกิจ” หรือที่เรียกว่า “due diligence” ครับ โดยในขั้นตอนนี้ ผู้ลงทุนจะขอให้กิจการที่จะเข้าไปลงทุนทำการเปิดเผยข้อมูลของกิจการไม่ว่าจะเป็น งบการเงินของกิจการ รายงานหรือข้อมูลด้านการเงินอื่น ๆ ของกิจการ  ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับการจดทะเบียนจัดตั้งองค์กรทางธุรกิจของกิจการ สัญญาต่างๆที่กิจการมีต่อบุคคลภายนอกและบุคคลภายใน รายการของทรัพย์สินและหนี้สินที่กิจการนั้นๆมีอยู่ สถานะทางกฎหมายของกิจการ รวมไปถึงข้อมูลเกี่ยวกับคดีความหรือการฟ้องร้องที่กิจการนั้นมีอยู่ในปัจจุบันและในอดีต

ข้อมูลที่นักลงทุนจะได้รับจากการดำเนินการในขั้นตอนของการสอบทานธุรกิจนั่นก็คือความเสี่ยงในด้านต่าง  ๆยกตัวอย่างเช่น เมื่อได้มีการตรวจสอบงบการเงินของกิจการแล้ว ผู้ลงทุนก็สามารถที่จะทราบได้ว่ากิจการนั้นมีกำไรหรือขาดทุนอย่างไร มีผลการดำเนินการเป็นอย่างไร มีความสามารถที่จะทำให้ได้ผลตอบแทนตามที่ตนเองคาดหวังหรือไม่ หรือเมื่อได้ตรวจสอบข้อมูลเกี่ยวกับการจัดตั้งองค์กรทางธุรกิจของกิจการ ผู้ลงทุนก็สามารถที่จะทราบได้ว่าตนเองมีความเสี่ยงที่จะโดนฟ้องร้องหรือมีความรับผิดในหนี้สินของธุรกิจที่จะเกิดขึ้นในอนาคตหรือไม่ หรือเมื่อได้ตรวจสอบสัญญาต่างๆที่กิจการนั้นมีต่อทั้งภายในและภายนอก ก็จะสามารถทราบได้ว่ากิจการนั้นๆมีความเสี่ยงที่จะโดนฟ้องร้องหรือมีการผิดสัญญาหรือไม่อย่างไร 

นอกจากนี้ ข้อมูลอีกประการหนึ่งที่สำคัญมากที่จะได้รับจากการทำการสอบทานธุรกิจ นั่นก็คือ ข้อบ่งชี้เรื่องนิสัยใจคอและความสามารถในการดำเนินธุรกิจของผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการครับ จากประสบการณ์ที่ผ่านมาในการช่วยผู้ลงทุนในการสอบทานธุรกิจหลายครั้ง หากผู้ประกอบการหรือผู้ที่เป็นเจ้าของกิจการที่มีความคิดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยมีวินัยในการดำเนินกิจการ เรื่องของเอกสารหรือข้อมูลทั้งหลายจะเรียบร้อยและมีความถูกต้องเป็นไปตามมาตรฐานของการดำเนินการ  สัญญาต่าง ๆ ก็จะเก็บไว้เป็นที่เป็นทางและมีการร่างหรือตรวจทานโดยทนายความหรือผู้ที่มีความเชี่ยวชาญอีกด้วยครับ

การลงทุนที่เน้นสร้างเครือข่ายมากกว่าการขายของ

การลงทุนในรูปแบบนี้มีมานานแล้วนะครับ โดยสรุปใจความสำคัญนั่นก็คือการที่บริษัทหนึ่งมีสินค้าหรือบริการและชักชวนให้คนหลายๆคนเข้ามาเป็นตัวแทนขาย และมีการแบ่งค่าคอมมิชชั่นให้ สิ่งที่แตกต่างจากการเป็นเซลล์ขายของทั่วๆไปนั่นก็คือคนที่เข้ามาเป็นเครือข่ายสำหรับการขายสินค้าสามารถที่จะได้รับส่วนแบ่งจากการที่ลูกทีมของตนขายได้เป็นลำดับชั้น ในต่างประเทศสิ่งเหล่านี้เราเรียกว่า Multi Level Marketing หรือในภาษาไทยที่รู้จักกันในนาม “ธุรกิจเครือข่าย” จะสังเกตได้ว่า ธุรกิจเครือข่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายได้นั้น รายได้ของผู้ที่เข้ามาเป็นลูกค้าจะต้องมาจากการขายสินค้าเป็นหลัก ข้อดีของการประกอบธุรกิจหรือการลงทุนในรูปแบบนี้นั่นก็คือผู้ที่เป็นแม่ข่ายจะทำงานน้อยลงเรื่อยๆเพราะว่าคนที่เป็นลูกค้าที่เรารับเข้ามาเพื่อช่วยในการขายสินค้า จะเป็นผู้ทำรายได้ในรูปแบบของส่วนแบ่งค่าคอมมิชชั่นแต่อย่างไรก็ดีในท้ายที่สุดรายได้ส่วนใหญ่จะต้องมาจากการขายสินค้านะครับ

แต่เมื่อมีข้อดีก็จะมีมารมาผจญเสมอครับ และมารผจญของการลงทุนในรูปแบบนี้นั่นก็คือ “แชร์ลูกโซ่” นั่นเองครับ โดยมากแล้วแชร์ลูกโซ่จะจำแลงกายมาในรูปลักษณ์ที่เหมือนกับธุรกิจเครือข่ายแต่สิ่งที่แตกต่างอย่างเห็นได้ชัดของแชร์ลูกโซ่นั่นก็คือ มีแผนการตลาดและแผนการแบ่งค่าตอบแทนให้กับสมาชิกที่เน้นชักจูงใจให้ลูกค้าชักจูงผู้อื่นเข้ามาเป็นสมาชิกมากกว่าที่จะเป็นการขายสินค้าและรับค่าคอมมิชชั่นจากบริษัท ซึ่งหากมีลักษณะเช่นนี้ก็จะเข้าข่ายลักษณะความผิดของแชร์ลูกโซ่ อันเป็นความผิดตามพระราชกำหนดว่าด้วยการกู้ยืมเงินอันมีลักษณะเป็นการฉ้อโกงประชาชน แต่ความร้ายกาจของแชร์ลูกโซ่ตรงนี้นั่นก็คือ คนที่เป็นแม่ข่ายที่ชักชวนคนอื่นให้เข้ามาสมัครสมาชิกมีโอกาสสูงที่จะตกเป็นจำเลยร่วมในคดีอาญาตามพระราชกำหนดฉบับนี้ด้วยนะครับ ซึ่งหากท่านได้โดนฟ้องพ่วงเข้าไปด้วยแล้วแน่นอนว่าจะต้องเสียทั้งเงินที่จะจ้างทนายมาช่วยต่อสู้คดีและต้องเสียเวลาในการที่จะต้องมาต่อสู้คดีหรือขึ้นศาล ซึ่งไม่คุ้มค่าแน่นอนครับ

บทสรุป

หากท่านต้องการจะลงทุนแต่ไม่ต้องการที่จะโดนโกงหรือโดนร่างอย่างตกเป็นจำเลยร่วมในคดีอาญา ประการแรกเลยนั่นก็คือจะต้องไม่โลภก่อนและต้องเข้าใจว่าการลงทุนทุกอย่างมีความเสี่ยง และทุกความเสี่ยงจัดการได้ด้วยขั้นตอนและวิธีการที่เหมาะสม และเพื่อเป็นข้อพิจารณาเบื้องต้นก่อนเข้าการลงทุนผมขอฝากให้ข้อคิดดังต่อไปนี้ครับ

    1. ในการลงทุนทุกครั้งจะต้องมีเอกสารหรือสัญญาที่ระบุเงื่อนไขข้อตกลงในการเข้าลงทุนของท่านอย่างละเอียดทุกครั้งและถ้าเป็นไปได้จะต้องให้ทนายความช่วยตรวจสอบความถูกต้องและรัดกุมของสัญญาหรือเอกสารนี้
    2. ในการลงทุนทุกครั้งโดยเฉพาะอย่างยิ่งลงทุนในกิจการที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว จะต้องดำเนินการสอบทานธุรกิจหรือ Due Diligence ทุกครั้งให้ครบทุกแง่มุมทั้งการเงิน การบัญชี กฎหมาย สัญญารวมไปถึงความเสี่ยงในด้านอื่น ๆ ด้วยนะครับ
    3. ให้ระวังการลงทุนที่การันตีผลตอบแทนในปริมาณที่สูง เพราะโดยมากแล้วนั่นคือ การลงทุนที่มีลักษณะเป็นการฉ้อโกงนะครับ
    4. การลงทุนหรือการทำอะไรแบบง่ายๆเป็นกันเองหรือแบบพี่น้องกันมักจะจบไม่สวยและจบด้วยความเดือดร้อนและบาดหมางระหว่างกันนะครับ หากรักกันจริงหวังดีต่อกันจริง ๆ ทำเป็นหนังสือเป็นสัญญาให้เรียบร้อยจะดีกว่าครับ

เป็นไงกันบ้างครับสำหรับบทความในเรื่องนี้ หวังว่าพอจะมีประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ หากท่านต้องการที่จะติดตามข้อมูลความรู้ดี ๆ เกี่ยวกับกฎหมาย ท่านสามารถที่จะสมัครรับจดหมายข่าวได้ที่ด้านล่างนี้ครับ


สมัครรับจดหมายข่าวฟรี!

Newsletter subscriptionTH (#13)

เพราะเราเชื่อว่า ทุกการเปลี่ยนแปลงเริ่มต้นที่ความรู้